18ล้อคว่ำทับฟอร์จูนเนอร์กรมขนส่งแนะ

User Rating: 0 / 5

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 

 

รถตู้คอนเทนเนอร์พลิกคว่ำ เตือน!!!

ผู้ประกอบการที่ไม่ตรวจสอบพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามกฎว่าด้วยความปลอดภัย


จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ต้องรับผิดชอบทุกกรณี

05062018 i


สรุป : จากแอดมิน
จากข่าวที่เราเห็นไปแล้ว ที่รถเทรนเลอร์วิ่งเข้าโค้ง เสียหลักทับฟอจูนเนอร์จากในข่าว ผู้ที่อยู่ในรถได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และ กรมขนส่งระบุข้อมูลตามเนื้อข่าวด้านล่าง ทั้งนี้แอดมินเพ๊จพิจรณาว่า ถ้าหากผู้ประกอบการ ติดGPSติดตามรถ, ให้กับพนักงานอย่างถูกต้อง จะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุ และสามารถป้องกันการขับรถเร็วเกินกำหนด หรือ ขับรถโดยประมาณได้....

GPS TRACKING จะช่วยอะไร ? ระบบ GPS TRACKING, หรือ GPSติดตามรถยนต์, หรือ GPSรถเทรนเลอร์, (หัวลาก) สมัยใหม่จะช่วยส่งข้อมูลของผู้ขับขี่ขึ้นไปยังกรมขนส่ง โดยกฎหมายใหม่ได้ออกมาว่า... ผู้ประกอบการต้องติด GPSขนส่ง, หรือ GPSกรมขนส่ง, ให้กับรถบรรทุก หรือ รถสาธารณะทุกคัน มิเช่นนั้นจะผิด พรบ. และ โทษสูงสุดคือพักใบอนุญาติใบขับขี่


โดยระบบ GPSขนส่ง หรือ GPSกรมขนส่ง, หรือ GPSมาตรฐานกรมขนส่ง, ที่ออกมานั่นจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ขับรถยนต์ ไปยังกรมขนส่งทันทีหากพบว่า มีการขับเร็วเกินกำหนด หรือ ขับโดยประมาณกรมขนส่งจะทำการพิจรณาการกระทำผิดนั้นทันที


(คลิก) ดู GPSรุ่นกรมขนส่ง หรือ GPSมาตรฐานกรมขนส่ง

GPsกรมขนส่ง

     



ข่าวฉบับเต็ม


นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
เปิดเผยถึง กรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกลากจูง คันหมายเลขทะเบียน 62-8554 กรุงเทพมหานคร ของผู้ประกอบการขนส่ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.พี.เอส.ทรานสปอร์ท ซึ่งมีการล็อกตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ขณะเกิดเหตุมีนายณรงค์ วงศ์เพ็ญ เป็นพนักงานขับรถ เมื่อมาถึงบริเวณถนนประชาพัฒนา ช่วงโค้งวัดพลมานีย์ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ประสบเหตุเสียหลักพลิกคว่ำทับรถยนต์ส่วนบุคคล คันหมายเลขทะเบียน  3กถ-1695 กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้คนขับรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์ได้รับความเสียหายทั้งคัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 นั้น ในเบื้องต้น กรมการขนส่งทางบก ได้พิจารณาลงโทษพนักงานขับรถ xxxxx เปรียบ ปรับสูงสุด  เป็นเงิน 5,000 บาท ฐานขับรถประมาท ตามมาตรา 111 ประกอบมาตรา 161 , กรณีไม่แสดงตัวตนขณะขับขี่ เปรียบเทียบปรับขั้นสูงสุด เป็นเงิน 5,000 บาท ตามมาตรา 102 (4) และมาตรา 127 พร้อมสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถทันที เป็นเวลา 30 วัน ทั้งนี้จากการตรวจสอบพนักงานขับรถ พบมีปริมาณแอลกอฮอล์ 49 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความผิดฐานมีสารอยู่ในร่างกายอันเกิดจากการเสพสุรา ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 102(3) มีโทษคำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวนฟ้องต่อศาลแล้ว  สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง (ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.พี.เอส.ทรานสปอร์ท) ได้พิจารณาลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มาตรา 36 ฐานไม่ควบคุมกำกับดูแลพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยขั้นสูงสุด เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 50,000 บาท

 

             รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการขนส่งต้องเข้มงวดตรวจสอบควบคุมดูแลด้านความปลอดภัย ไม่ให้หรือยินยอมให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ หรือไม่มีความพร้อมในการขับรถปฏิบัติหน้าที่ ต้องตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเคร่งครัด ต้องส่งข้อมูลประวัติผู้ขับรถให้กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อการบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ กรณีรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดตรึงตู้คอนเทนเนอร์ (Twist Lock) ไว้กับตัวรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันไม่ให้สิ่งของที่บรรทุกตกหล่นรั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ อีกทั้งต้องติดตั้ง GPS Tracking เพื่อการติดตามพฤติกรรมการขับขี่ของรถบรรทุกด้วยระบบ GPS ซึ่งจะสามารถติดตามการเดินรถและรายงานผลพฤติกรรมการขับรถ การใช้ความเร็วของรถบรรทุกผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคแบบ Realtime ผ่าน application“DLT GPS”ทางโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้หากไม่ควบคุมพนักงานขับรถในสังกัด จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมีความผิดทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการขนส่ง และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

เครดิต จาก : กรมขนส่ง
https://www.dlt.go.th